ศาลเจ้านิกโกะโทโชกุ (日光東照宮)

ศาลเจ้าโทโชกุ (東照宮, Toshogu) เป็นที่พักแห่งสุดท้ายของโตกุกาว่า อิเอยาสึ (Tokugawa Ieyasu) โชกุนผู้ก่อตั้งโตกุกาวะ ซึ่งปกครองประเทศญี่ปุ่นมานานกว่า 250 ปี จนถึงปี 1868 ศาลเจ้าโทโชกุสร้างขึ้นเพื่อเป็นการสักการะดวงวิญญาณของอิเอยาสึ ในฐานะเทพโทโช ไดกอนเก็น (Tosho Daigongen) หรือ "เทพแห่งแสงตะวันออกผู้ยิ่งใหญ่" (Great Deity of the East Shining Light) เริ่มแรกนั้น ศาลเจ้าโทโชกุเป็นเพียงสุสานที่ตกแต่งแบบเรียบง่ายและได้รับการขยายต่อเติมจนกลายเป็นสถานที่ที่งดงามอลังการอย่างเช่นทุกวันนี้โดยอิเอมิทสึ (Iemitsu) ผู้เป็นหลานของอิเอยาสึ ในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษ 1600

ภายในบริเวณของศาลเจ้าที่หรูหราแห่งนี้ประกอบด้วยอาคารมากกว่า 12 หลัง ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าที่งดงาม อาคารต่างๆ ได้รับการตกแต่งด้วยงานไม้แกะสลักจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนและแผ่นทองคำเปลว ซึ่งเป็นรูปแบบการตกแต่งที่ไม่พบในที่อื่นใดของญี่ปุ่น ซึ่งศาลเจ้ามักจะได้รับการตกแต่งอย่างเรียบง่ายตามแบบแผนธรรมเนียมปฏิบัติ และผู้มาเยือนอาจสังเกตได้ว่าศาลเจ้าโทโชกุมีทั้งองค์ประกอบของศาสนาชินโตและศาสนาพุทธ เป็นสถานที่ที่เป็นที่นิยมสำหรับ การบูชา ที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบจากทั้งสองศาสนาจนกระทั่งในยุคเมจิที่ศาสนาชินโตแยกตัวออกเป็นอิสระจากศาสนาพุทธ องค์ประกอบของศาสนาพุทธถูกถอดออกจากศาลเจ้าทั่วประเทศ และในทางกลับกันอีกศาสนาก็เช่นเดียวกัน แต่ที่โทโชกุทั้งสองศาสนามีความกลมกลืนกันมากจนไม่สามารถทำการแยกออกจากกันได้อย่างสมบูรณ์

จุดเด่นที่น่าสนใจ

Ishidorii Gate : ประตูศาลเจ้าที่เราจะเจอด่านแรกก่อนเข้าสู่อาณาเขตศาลเจ้าชั้นในนี้นั้น เป็นประตูโทริอิที่ทำจากหินอันแข็งแกร่ง ซึ่งประตูนี้อุทิศถวายโดยขุนนางชั้นสูง Kuroda Nagamasa แห่งแคว้น Kyushu Chikuzen (จ.ฟุกุโอกะ ในปัจจุบัน) มันถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1618 โดยการลำเลียงหินมาทางเรือจากเกาะคิวชู (Kyushu) สู่เมืองโคยามะ (Koyama) ก่อนที่จะลำเลียงทางบกมาสู่นิกโกะอีกที ประตูหินอันเก่าแก่นี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอันสำคัญ (Important Cultural Property) ของญี่ปุ่นอีกด้วย

Gojunoto : หลังจากผ่านประตู Ishidorii Gate มาแล้วเราจะเจอกับเจดีย์ 5 ชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าไม้อันร่มรื่น เจดีย์นี้สร้างอุทิศถวายโดยขุนนางชั้งสูง Sakai Tadakatsu แห่งเมืองโอบามะ (Obama) จ.วากาซะ (Wakasa) (ปัจจุบันเป็น จ.ฟุคุอิ (Fukui)) แต่ละชั้นนั้นสื่อถึงธาตุทั้ง 5 อันได้แก่ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, อากาศ เจดีย์นี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1648 แต่มันก็ถูกไฟไม้จนวอดในปี ค.ศ.1815 และถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1818 โดยขุนนาง Sakai Tadayuki ผู้เป็นขุนนางในตระกูลเดียวกันกับท่าน Sakai Tadakatsu นั่นเอง และเจดีย์นี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอันสำคัญ (Important Cultural Property) ของญี่ปุ่นอีกด้วย

Sanjinko :หมู่อาคารคลังเก็บสมบัติแห่งการสักการะบูชาในศาสนาชินโตทั้งสามหลังนี้โดดเด่นด้วยงานแกะสลักไม้ที่ตกแต่งโดยรอบอย่างงดงามอลังการมีสีสันอันสวยสดงดงาม รูปแกะสลักที่มีชื่อเสียงที่ประดับอยู่บริเวณอาคารนี้ก็ได้แก่ Sozonozo Elephants (Imaginary Elephants) หรือ ช้างในจินตนาการ โดยรูปแกะสลักอันวิจิตรนี้แกะโดยศิลปินในยุคนั้นที่ไม่เคยเห็นช้างมาก่อน

Nemurineko (Sleeping Cat) : อีกรูปแกะสลักไม้ที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือรูปแมวหลับซึ่งช่างศิลป์นั้นแกะสลักออกมาสื่อถึงอารมณ์แมวได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว แต่ที่โดดเด่นมากก็คือปรัชญาที่แฝงอยู่ในรูปแกะสลักนี้ซึ่งแมวหลับนี้เป็นการแฝงปรัชญาที่สื่อความหมายถึงสันติภาพอันสงบสุขนั่นเอง โดยผลงานนี้เป็นฝีมือการแกะสลักของช่างฝีมือชั้นบรมครู Hidari Jingorou นั่นเอง และรูปสลักนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกแห่งชาติญี่ปุ่น (National Treasure of Japan) อีกด้วย

Sanzaru (Three Wise Monkey) : แต่สำหรับรูปแกะสลักที่โด่งดังที่สุดนั้นเห็นจะเป็นรูป ลิงสามตัว(三猿 – sanzaru) ซึ่งอยู่บนอาคาร Shinkyusha โดยรูปแกะสลักนี้เป็น ลิงปิดหู ลิงปิดปาก ลิงปิดตาซึ่งนี่คือต้นกำเนิดปริศนาธรรมอันโด่งดังที่หมายถึง “การไม่เปิดตารับรู้โดยการมองสิ่งที่ไม่ดี” “การไม่เปิดหูรับฟังในสิ่งที่ไม่ดี” และ “การไม่เปิดปากกล่าววาจาในสิ่งที่ไม่ดี” ซึ่งว่ากันว่าภาพแกะสลักปริศนาธรรมนี้ตีความมาจากคัมภีร์ตามหลักขงจื้อของจีนที่เข้ามาในญี่ปุ่นพร้อมพุทธศาสนาช่วงราวศตวรรษที่ 8 และกลายมาเป็นตำนานเล่าขานกันต่อมา รูปแกะสลักนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอันสำคัญ (Important Cultural Property) ด้วยเช่นกัน

ศาลเจ้านิกโกะโทโชกุ (日光東照宮  Nikko Toshogu)

ที่ตั้ง : 2301 Sannai, Nikko, Tochigi

เวลาให้บริการ :

  • เม.ย.-ต.ค. > ทุกวัน 08.00-17.00 น.
  • พ.ย.-มี.ค. > ทุกวัน 08.00-16.00 น.

วิธีเดินทาง :

จากโตเกียวมายังนิกโกะ

  • > Tobu Railways : จากสถานี Tobu-Asakusa หรือ Tokyo Skytree นั่งรถไฟสาย Tobu Skytree Line (ซึ่งจะวิ่งเชื่อม Tobu Nikko Line โดยอัตโนมัติ) ไปลงสถานี Tobu-Nikko
  • หมายเหตุ : หากจะนั่งรถไฟจากโตเกียวไปนิกโกะเวลาขึ้นรถไฟให้สังเกตุขบวนให้ดี โดยผู้ที่จะต้องการไปสถานีปลายทาง Tobu-Nikko นั้น จะต้องขึ้นตู้รถไฟที่ 4-5 เท่านั้น เพราะเมื่อถึงสถานี Shimo-Imaichi ตู้ที่ 1-3 จะแยกขบวนเพื่อวิ่งต่อไปยัง Shin-Fujiwara ในสาย Tobu Kinugawa Line และขบวนที่ 4-5 จะวิ่งเข้าไปยังสถานี Tobu-Nikko แต่อย่างไรทาง Tobu ได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยแนะนำตอนเข้าสู่ชานชาลาอยู่แล้ว หรือดูที่สติ๊กเกอร์ที่พื้นบริเวณจะขึ้นรถไฟ จะมีสัญลักษณ์บอกไว้ชัดเจน

จากนิกโกะมายังหมู่ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโกะ

  • Local Bus : นั่งรถเมลล์สาย World Heritage Bus ลงป้าย Omotesando